สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัดแมวโรคร้ายอันตรายและวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

ผู้เลี้ยงแมวทั้งหลายคงรู้จักกับโรคหัดแมว (feline distemper) กันมาอยู่บ้างแล้ว เพราะหนึ่งในวัคซีนที่ฉีดโดยสัตว์แพทย์ ก็เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคหัดแมวนั่นเอง ตัววัคซีนนั้นมีประสิทธิภาพสูง ทำให้ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่นั้นไม่เคยพบ หรือสามารถสังเกตุอาการของโรคได้ด้วยตนเอง ในขณะที่เชื้อไวรัสจากโรคหัดแมวน้นกระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ในหมู่ประชากรแมว ในฐานะเชื้อที่ติดต่อกันได้ โดยเฉพาะลูกแมว และแมวที่ตั้งท้อง รวมถึงแมวที่มีอาการป่วย หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคหัดแมวได้สูง

โรดหัดแมวนั้นเกิดจากเชื้อพาร์โวไวรัส แมวจะสร้างพาร์โวไวรัสหลังจากที่สัมผัสกับเลือดที่ติดเชื้อ รวมถึงปัสวะ และ อุจจาระ โดยเฉพาะพวกหมัดที่ติดอยู่ตามตัวแมว ทำให้พวกมันติดเชื้อ นอกจากนี้มนุษย์ยังสามารถนำเชื้อมาติดได้ ด้วยมือที่สัมผัสพวกมัน หากไม่ได้ล้างมือมาก่อน ที่นอน และอุปกรณ์ตัดแต่งขน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องระวัง เช่นเดียวกับถาดอาหารที่พวกมันชอบเลียด้วย จึงมีความสำคัญที่จะต้องสำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ เพื่อลดความเสี่ยงกันบ้าง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันได้ 100%

เชื้อไวรัสสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้เกือบในทุกสภาพพื้นผิว ไม่เว้นแต่พื้นผิวที่สะอาด ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะทำการกวาดล้างเชื้อเหล่านี้ให้หมดไป เชื้อพาร์โวไวรัสต้านทานน้ำยาทำความสะอาดพื้น ที่เป็นสูตรฆ่าเชื้อโรคได้อย่างสบาย ๆ และอยู่ต่อได้อีกเป็นปี ๆ แมวที่เลี้ยงแบบเปิด ปล่อยให้เดินไปเที่ยวนอกบ้าน มีโอกาสที่จะติดเชื้อสูงมากกว่าเมื่อพวกมันไปเจอกับแมวตัวอื่น ๆ และลูกแมวนั้นจะติดเชื้อได้จากการกินนมของแม่แมวที่ได้รับชื้อพาร์โวไวรัส เมื่อมันติดเชื้อแล้วก็ยากที่จะรักษา แม้ว่าจะอยู่ในการดูแลของสัตว์แพทย์

ปัจจุบันเรามีการป้องกันโรคหัดแมวได้อย่างง่าย และจะมีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อได้รับวัคซีนถูกต้อง และครบถ้วนตามที่กำหนด โดยลูกแมวนั้นจะต้องเริ่มได้รับวัคซีนตั้งแต่อายุช่วง 12 สัปดาห์ จากนั้นจะต้องฉีดวัคซีนตลอดอายุขัยของพวกมันในทุก ๆ 1 – 3 ปี ตามที่สัตว์แพทย์แนะนำ ส่วนวิธีการรักษานั้นเรียกว่าแถบจะไม่มี หรือรักษาให้หายคงจะยาก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกมันไปไหนไกลเกิน ด้วยการติดอุปกรณ์ป้องกันรอบรั้วบ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรพิจารณา เพราะการที่แมวออกไปนอกบ้าน เราไม่สามารถรู้ได้ว่าพวกมันต้องไปเจอกับอะไรมา ก่อนที่เราจะรู้ก็คงสายเกินไป