อยากเลี้ยงอีกัวน่าควรจะทำเตรียมตัวอย่างไร

‘การเลี้ยงอิกัวน่า’ ณ ปัจจุบันนี้ในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องแปลก โดยมีการนำเข้าพร้อมเลี้ยงสัตว์แปลกๆ มากมาย ในกลุ่มผู้ชื่นชอบ ‘Exotic Pet’ สำหรับผู้ที่รักสัตว์เลื้อยคลาน ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลี้ยงอีกัวน่า สิ่งที่คุณต้องเข้าใจก่อนในการนำเขามาเลี้ยง คือ…

วิธีเลือกซื้ออิกัวน่า

แนะนำว่าคุณควรเลือกน้องที่มีอายุ 3-5 เดือน ความยาว 13 นิ้ว เนื่องจากมีความแข็งแรงมากพอในการต้านทานความเปลี่ยนแปลงต่างๆทั้งทางกายภาพและทางจิตใจ อีกทั้งยังมีความแข็งแรง , กระฉับกระเฉง เป็นที่สุด โคนหางต้องอวบอ้วนสมบูรณ์ ปราศจากกระดูกโผล่ขึ้นมาให้เห็น สำตัวสีเขียวปราศจากรอยไหม้ ไม่มีน้ำลายและน้ำมูก นิ้วเล็บครบ โดยอีกัวน่าที่มีความสุขดี จะนอนแผ่ร่างกายเหยียดยาว ขารวบไว้บริเวณด้านข้างลำตัว

การจับอีกัวน่า

ห้ามจับ , บีบคอ และหางเด็ดขาด ! ไม่อย่างนั้นอีกัวน่าจะป้องกันตัวทันที ! เริ่มจากให้คุณจับเต็มลำตัวแบบเบาๆ ไม่ต้องแน่นมาก หลังจากนั้นจึงใช้นิ้วมือลูบแบบเบาๆไล่มาตั้งแต่หัวถึงช่วงความยาวลำตัว เมื่อน้องเริ่มไว้ใจ , ไม่ดิ้น แนะนำลองปล่อยเดินบนแขน เขาจะแลบลิ้นเพื่อทำความรู้จักกับคุณ

บ้านของน้องสำคัญมาก

เพราะผู้เลี้ยงมือใหม่ส่วนใหญ่จะพลาดตรงจุดนี้ สำหรับสถานที่เหมาะสม คือ ต้องอยู่ในกรงที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ขนาดกว้าง 2เท่า ยาว 3 เท่าสูง 2 เท่าของเขา หากแต่อย่างไรก็ตามการเตรีมกรงขนาดใหญ่ไว้ก่อนยิ่งดี เนื่องจากสามารถเติบโตได้มากถึง 2 เมตรกว่าๆ ในกรงควรมีขอนไม้กลมเกลี้ยงขนาด1.5-2 เท่าของขนาดความใหญ่ลำตัว เพื่อให้น้องได้ทำเป็นเตียงนอนและถูตัวเมื่อยามลอกคราบ อีกทั้งยังจ้องมีอ่างน้ำใหญ่ให้ไว้แช่ตัว พร้อมถาดอาหาร  ตำแหน่งวางกรง ควรวางไว้สูงจากพื้นดินและมีแสงแดดส่องถึง เนื่องจากเขาต้องการแสงแดดในการสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย รวมทั้งใช้รังสี UV ในการสังเคราะห์วิตามินD 3 เพื่อเพิ่มระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้อย่าลืมเตรียมที่ร่มให้หลบแดดด้วย มิฉะนั้นแสงแดดอาจเผาน้องจนตายได้

อาหารอิกัวน่า

น้องกินพืชเป็นหลัก หากแต่ในธรรมชาติก็มีกินแมลงบ้าง แต่การนำมาเลี้ยงให้แต่พืชเท่านั้นก็พอ เพราะจะทำให้มีอายุยืนยาวกว่า เนื่องจากจุลชีพของเขาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อาหารจานโปรด คือ พืชใบเขียวเช่น คะน้า กวางตุ้ง , ใบยอ , ตำลึง , ผักบุ้ง เป็นต้น รวมทั้งใช้พืชผักอื่นๆในการเพิ่มสีสันให้ดูน่ารับประทาน เช่น แครอท , ฟักทองขูด , มะเขือเทศ เป็นต้น โดยในแต่ละมื้อควรให้อาหารหลากหลาย เพื่อให้เขาได้สัมผัสรสชาติที่แตกต่าง เพื่อให้เขามีความสุขกับการกิน แนะนำช่วงเวลาให้อาหาร คือ มื้อเช้า 7 โมงเช้า ส่วนมื้อกลางวันคือเที่ยงตรง ส่วนมื้อเย็นงดให้ ประมาณ 4 โมงเย็นน้องจะเริ่มง่วงนอน ควรให้น้องอยู่ในที่มืด มีความเป็นส่วนตัว ก่อนนำผักมาให้น้องควรล้างให้สะอาดเสียก่อน