เทคนิคในการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กุ้งเครฟิช (Crayfish)

หากจะพูดสัตว์เลี้ยงสุดฮิตในช่วงนี้คงไม่มีอะไรได้รับความนิยมเท่ากับการเลี้ยงกุ้งเครฟิชอีกแล้ว เพราะไม่ว่าไปที่ไหนก็จะได้ยินแต่คนพูดถึง สำหรับมือใหม่ที่ต้องการหัดเลี้ยงบ้างแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร วันนี้เรามีเทคนิกมาฝากคะ หลักการเลี้ยงกุ้งเครฟิช ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกุ้งสายพันธุ์ไหนจะมีหลักการเลี้ยงที่คล้ายคลึงกัน จะแตกต่างกันแค่เพียงอุปนิสัยและการอยู่อาศัยของมัน ดังนี้ ตามธรรมชาติของกุ้งจะชอบออกหากินในเวลากลางคืน ไม่ค่อยชอบแสงสว่าง ฉะนั้นกลางวันพวกมันจะนอนหรือหลบซ่อนตัว ผู้เลี้ยงจึงต้องปิดบังจุดที่กุ้งจะหลบหนี ยกเว้นกุ้งที่เลี้ยงแต่ในบ้านจะคุ้นชินกับการเลี้ยงและฝึกให้อาหาร ก้ามคืออาวุธสำคัญ ไว้ใช้สำหรับต่อสู้และป้องกันตนเอง โดยเฉพาะกุ้งตัวผู้จะมีขนาดของก้ามที่ใหญ่โตสีสันสวยงามและแข็งแรงกว่ากุ้งตัวเมีย ในช่วงที่กุ้งลอกคราบจะอ่อนแอมากที่สุด มักจะถูกทำร้ายหรือถูกจับกิน ดังนั้นการจัดตู้จะต้องหาที่หลบซ่อนให้มันด้วย กุ้งมีอุปนิสัยสันโดษจะอยู่เป็นคู่แค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ จึงไม่ควรเลี้ยงรวมกันหลายตัวในที่แคบๆ ตู้และอ่างที่ใช้เลี้ยงกุ้ง การเลี้ยงกุ้งเครฟิชสามารถเลี้ยงในภาชนะใดก็ได้ แค่ขอให้มีการถ่ายเทน้ำที่ดี ไม่ร้อนจนเกินไป อุณหภูมิควรอยู่ที่ 23 -28 องศา เลี้ยงได้ทั้งครึ่งบก ครึ่งน้ำ หรือ น้ำครึ่งตู้ น้ำ เต็มตู้ก็ได้ แต่ถ้าต้องการเลี้ยงหลายๆตัวต้องกะขนาดตู้ให้มากพอ หากอยากเลี้ยงกุ้งหลายตัวควรเลือกกุ้ง สายพันธุ์เดียวกัน ขนาดตัวไล่เลี่ยกัน เพื่อที่จะได้ป้องกันไม่ให้พวกมันกินกันเอง การหาที่หลบซ่อนควรใช้เป็นขอนไม้ กระถางดินเผา หรือกระถางต้นไม้แตกๆ เพื่อให้เป็นที่หลบซ่อนของกุ้ง วัสดุปูรองพื้น …

รู้ไว้มีประโยชน์อาหาร “ต้องห้าม” ของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

  เชื่อว่าหลายคนที่เลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือกระต่าย สาเหตุหลักที่เลี้ยงเพราะต้องการเลี้ยงเพื่อคลายเหงา เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน บางคนถึงขั้นเลี้ยงไว้เป็นลูกเพราะความขี้อ้อนและช่างประจบของพวกสัตว์ตัวจ้อยนี่เอง จนบางครั้งหลงลืมไปว่าความต้องการด้านสารอาหารของคนและสัตว์ไม่เหมือนกัน เมื่อไหร่ที่หันไปเห็นสายตาอ้อนวอนที่ส่งมาให้เป็นอันต้องยอมใจอ่อน ยอมแบ่งอาหารในจานให้พวกมันทุกที ซึ่งหารู้ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าผิดมากๆเพราะเป็นการทำร้ายสัตว์เลี้ยงทางอ้อม โดยเฉพาะอาหารชนิดต่างๆเหล่านี้คะ อาหารเด็ก ถึงแม้ว่าอาหารเด็กดูน่าจะกินได้ง่ายๆและมีประโยชน์มาก แต่อย่าลืมว่าในอาหารเด็กบางชนิดก็มีส่วนผสมของหัวหอม หากเข้าสู่ร่างกายสัตว์ เช่น สุนัข ก็จะทำให้สุนัขเกิดอาการอ่อนเพลีย เซื่องซึม หัวใจเต้นเร็ว เพราเซลล์เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย ช็อคโกแลต ทราบหรือไม่ว่าในช็อคโกแลตมีสารที่เรียกว่า “Theobromine” ถ้าสุนัขกินเข้าไปในปริมาณมากๆจะส่งผลให้สุนัขมีอาการเกร็งกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นแรง และอาจเกิดอาการหัวใจวายเสียชีวิตได้ องุ่นหรือลูกเกด สำหรับอาหารโปรดของใครหลายคน แต่ไม่ใช่อาหารที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงของเราเลย เพราะมันเป็นอันตรายกับไตอย่างมากๆ ถึงแม้จะเป็นเพียงเนื้อองุ่นชิ้นเล็กๆก็ทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันได้เหมือนกัน ถั่วแม็คคาเดเมีย มีประโยชน์กับร่างกายมนุษย์ ในขณะเดียวกันกลับเป็นโทษมหันต์ต่อสัตว์เลี้ยง เพราะไม่ใช่แค่เพียงเข้าไปทำลายระบบประสาท สารที่อยู่ในถั่วยังไปลดประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้ออีกด้วย ผลิตภัณฑ์จากนมวัว ประกอบไปด้วยนม ชีส หรืออาหารทุกอย่างที่มีส่วนผสมของนมวัวต่างไม่ดีกับสัตว์เลี้ยงทั้งสิ้น เนื่องจากสัตว์ไม่มีเอนไซม์ย่อยสารแลคโทสในน้ำนมนั่นเอง ดังนั้นการกินนมวัว จะทำให้เกิดอาการข้างเคียง …